อินทรีย์ ๕ – พาหิยสูตร,นันทสูตร,ปุพพโกฏฐกสูตร, อาปณสูตร, ฐานสูตร
ตอนที่ 406 · 2 เมษายน 2569 · 45:55 · เข้าชม 42 ครั้ง
- สูตร#1 พาหิยสูตร ทรงแสดงแก่ บุรุษชื่อ พาหิยะ ทารุจีริยะ ขณะกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ท่านพาหิยะได้เข้าไปเฝ้า และกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมถึง ๓ ครั้ง แม้พระองค์จะทรงทัดทานว่ายังไม่ใช่เวลา แต่ด้วยความตระหนักว่าชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ท่านจึงขอฟังธรรมอย่างเร่งด่วน จึงทรงแสดงธรรมโดยย่อ จิตของท่านก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น หลังจากบรรลุธรรมได้ไม่นาน ท่านพาหิยะถูกวัวแม่ลูกอ่อนขวิดจนเสียชีวิตก่อนที่จะได้อุปสมบท พระพุทธเจ้าจึงทรงให้ภิกษุช่วยกันจัดการสรีระของท่านและประกาศว่าท่านได้ปรินิพพานแล้ว
- สูตร#2 นันทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภหลักปฏิบัติ ๔ ประการที่ทำให้พระนันทะบรรลุธรรม คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย การรู้จักประมาณในการบริโภค การประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการมีสติสัมปชัญญะ: รู้เท่าทันการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของ เวทนา, สัญญา และวิตก อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้จิตหลงไปกับสภาวะเหล่านั้น ซึ่งบุคคลที่มีราคะจัดอย่างพระนันทะ หากมีความตั้งใจจริงและปฏิบัติตามหลักปฏิบัตินี้ ก็สามารถเปลี่ยนตนเองจนบรรลุถึงความบริสุทธิ์ในธรรมได้
- สูตร#3 ปุพพโกฏฐกสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ ปุพพโกฏฐกะเขตกรุงสาวัตถี ทรงตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า เชื่อหรือไม่ว่า อินทรีย์ ๕ ที่บุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว จะหยั่งลงสู่อมตะ (นิพพาน) มีอมตะเป็นที่สุด ท่านสารีบุตรตอบว่า ท่านไม่ได้เชื่อเพียงเพราะพระพุทธเจ้าทรงบอก แต่ท่านได้ รู้ เห็น เข้าใจ ทำให้แจ้ง และสัมผัสได้ด้วยปัญญาของตนเอง
- สูตร#4 อาปณสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ นิคมของชาวอังคะชื่อ อาปณะแคว้นอังคะ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอินทรีย์ ๕ โดยมีศรัทธาเป็นรากฐาน พระอริยสาวกที่มีศรัทธามั่นคงในพระองค์ ย่อมไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงในพระองค์หรือในพระธรรมคำสอน และศรัทธาที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงความเชื่อลอย ๆ แต่เป็นแรงจูงใจให้เกิดความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา จนกระทั่งเห็นแจ้งในพระนิพพานด้วยตนเอง
- สูตร#5 ฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๔ ประการอันบุคคลพึงรู้ได้ คือ
๑) ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน
๒) ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ
๓) กำลังพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย
๔) ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา โดยต้องใช้เวลาการมนสิการและปัญญาในการสังเกตเพื่อให้รู้จริง