จตุกกนิบาต: อาภาวรรคข้อที่ 141 – 150 และอินทริยวรรคข้อที่ 151 – 155 (6428-6t)
ตอนที่ 132 · 17 กรกฎาคม 2564 · 57:17 · เข้าชม 9 ครั้ง
“บรรดาแสงสว่าง 4 ประการนี้ แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ”
อาภาสูตร ปภาสูตร อาโลกสูตร โอภาสสูตรและปัชโชตสูตร ไส้ในเหมือนกัน ต่างกันที่หัวข้อ ในความสว่าง 4 อย่าง คือ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ไฟ และปัญญา ความสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี เพราะปัญญาทำให้เห็นทางไปสู่นิพพานจากการปฏิบัติตามมรรค 8 ปฐม/ทุติยกาลสูตร กาล คือ เวลา คือ ความเหมาะสมที่เมื่อทำอย่างต่อเนื่องหมุนวนไปจะทำให้สิ้นอาสวะได้ คือ ฟังธรรม สนทนาธรรม สงบใจ และเห็นแจ้งตามกาล ทุจจริตสูตรและสุจริตสูตรเป็นเรื่องวาจา สารสูตร:สารธรรม หมายถึง แก่นสาร เพราะการยังคงมีอยู่ของศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุต เราจึงไม่ร้อนใจ ความเบียดเบียนมีแต่พอทนได้ นิพพานยังมี จบอาภาวรรค
เริ่มอินทริยวรรค เราจะทำตามศีล สมาธิ ปัญญาได้ก็ต้องมีอินทรีย์ และพละ ในอินทริยสูตร สัทธาพลสูตร ปัญญาพลสูตร สติพลสูตร ปฏิสังขานพลสูตร คือ สิ่งที่จะรักษาให้เราอยู่ในมรรค
อ่าน “อาภาวรรค หมวดว่าด้วยแสงสว่าง” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
อ่าน “อินทริยวรรค หมวดว่าด้วยอินทรีย์” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต