ปัญญา
ขุดเพชรในพระไตรปิฏก

บุคคลผู้รู้อริยสัจสี่

ตอนที่ 354 · 25 ตุลาคม 2568 · 57:42 · เข้าชม 122 ครั้ง

หมวดข้อธรรม 4 ประการ ใน อสุรวรรค หมวดว่าด้วยบุคคลเหมือนอสูรและเทวดา และ วลาหกวรรค หมวดว่าด้วยบุคคลเปรียบเหมือนเมฆ

ฉวาลาตสูตร ราควินยสูตร ขิปปนิสันติสูตร อัตตหิตสูตร และสิกขาปทสูตร มีหัวข้อเหมือนกัน แต่ต่างกันใน 5 นัยยะ เหมือนกันตรงที่แบ่งบุคคลตามการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ เพื่อตนเองหรือเพื่อผู้อื่นมาจับคู่กัน ความประณีตไล่ไปตามลำดับ

  • นัยยะที่ 1 ฉวาลาตสูตรเปรียบบุคคลที่ไม่ปฏิบัติเพื่อใครเลย เป็นเหมือนไม้ที่ตรงกลางเปื้อนอุจจาระ ปลายทั้งสองข้างลุกเป็นไฟหาค่าไม่ได้ ในขณะที่บุคคลที่ปฏิบัติเพื่อตนเองและผู้อื่น ดุจดั่งรสที่ได้จากวัวนม จนได้ยอดเนยใสในที่สุด
  • นัยยะที่ 2 ราควินยสูตรมีตัวแปร คือ ราคะ โทสะ โมหะ จะเห็นว่าแม้คนที่มือถือสากปากถือศีล ก็ยังนับว่าเป็นคนดี เพราะอย่างน้อยก็พูดดี แม้จะทำเองยังไม่ได้ก็ตาม เขาสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้
  • นัยยะที่ 3 ขิปปนิสันติสูตร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ตรัสรู้นี้เพื่อตัวเอง และบอกสอนนี้เพื่อผู้อื่น เป็นการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
  • นัยยะที่ 4 อัตตหิตสูตรมีแต่หัวข้อ
  • นัยยะที่ 5 สิกขาปทสูตรเอาศีล 5 มาเป็นตัวแปร ซึ่งจะเป็นคนละมุมกับราควินยสูตร


โปตลิยสูตร บุคคลที่ติเตียน หรือสรรเสริญตามกาลอันควรจึงจะประเสริฐสุด ไม่ใช่บุคคลที่อุเบกขาไปซะหมด จบอสุรวรรค

เริ่มวลาหกวรรค ปฐมวลาหกสูตร เปรียบ เฆมที่คำราม (ฟ้าร้อง) คือ การพูด และ ฝนตก คือ ลงมือทำ ทุติยวลาหกสูตร เปรียบเทียบ เฆมที่คำราม (ฟ้าร้อง) คือ คนที่เรียนธรรม (นวังคสัตถุศาสน์) และ ฝนตก คือ รู้ชัดในอริยสัจ 4

กุมภสูตร อุทกรหทสูตร และอัมพสูตร มีหัวข้อต่างกันแต่ไส้ในเหมือนกัน เป็นการรู้อริยสัจ 4 ภายในกับลักษณะภายนอกที่เห็น อาจเป็นดุจหม้อเปล่าหรือเต็ม และเปิดหรือปิดฝา หรือดุจความตื้นลึกของห้วงน้ำเงาที่เห็นกับความจริง และการสุกหรือดิบของมะม่วง

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต อสุรวรรค วลาหกวรรค

ช่วงเวลา

แชร์:FacebookXLINE