ปัญญา
ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

ปฏิปทาอันเป็นที่สงบระงับของสังขารทั้งหลาย

ตอนที่ 44 · 2 มิถุนายน 2562 · 58:24 · เข้าชม 7 ครั้ง

จากคำถาม: ทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดอีก?, ความคิดที่ว่า “การไม่เกิด หมายถึง ต้องบรรลุเป็นพระอรหันต์ หรือ การปฎิบัติตามมรรคแปดไปเรื่อย ๆ จนละสังขาร หรือ ต้องไม่ยึดติดกับอะไรก็จะไม่มีการเกิด” ถูกต้องหรือไม่? และการไม่มาเกิดอีกคือ “นิพพาน” ใช่หรือไม่? 

อย่างแรกคือ ทำความเข้าใจการเกิดให้ถูกต้อง เห็นว่าการเกิดเป็นทุกข์ จะเกิดหรือดับลงได้ก็เพราะมีเหตุปัจจัย, ทำความเข้าใจในหลักอริยสัจ4 โดยองค์รวมอและปฏิบัติตนไปตามอริยมรรคมีองค์แปด 

อย่างที่สอง เหตุของการเกิดคืออวิชชา จะต้องละเหตุของมันด้วยการดับอวิชชา ดับตัณหาอุปาทาน  และละกิเลส จึงจะทำให้การเกิดดับไปได้ 

ทั้งการเกิด (ขันธ์ 5) และอริยมรรคมีองค์แปดต่างก็เป็นสังขตธรรม (ธรรมที่ต้องอาศัยเหตุปัจจัยทำให้เกิดขึ้น) มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์  และเป็นของปรุงแต่งเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ การเกิดนั้นเป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือได้ ในขณะที่อริยมรรคมีองค์แปดทำให้กำจัดหรือละความยึดถือไปได้ เป็นที่สงบระงับของสังขารทั้งหลาย   

บุคคลที่ปฏิบัติไปตามทางของความดับไม่เหลือของทุกข์ (ทางที่ประกอบด้วยองค์ประเสริฐ 8 ประการ) เรียกว่า อริยบุคคล (คนประเสริฐ)  

จากคำถาม: ทำอย่างไรเพื่อให้มีวินัย​สำหรับการนั่งสมาธิทุกวัน วันละ​ 15 นาที​ 

ทุกอย่างจึงต้องอาศัยการฝึกการทำให้เกิดเป็นทักษะ ซึ่งเราจะทำได้ต้องมีกำลังใจดุจช้างอาชาไนยที่มีกำลังมาก เริ่มต้นด้วยการมีศรัทธา เมื่อมีศรัทธาแล้วจะทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริง คือ วิริยะ (วายามะ) คือ ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะมาขัดขวางการกระทำของเรา นั่นคือกิเลสเครื่องเศร้าหมองจิต ไม่ให้เคลิบเคลิ้มไปตามความง่วงซึมหรือยินดีพอใจในที่นอนนุ่ม ๆ 

“ไม่ทำจึงไม่ได้ ไม่ได้จึงไม่ทำ” จะปรับแก้ความคิดนี้ได้ด้วยการเจริญอิทธิบาท 4 ซึ่งเป็นอย่างเดียวกันกับอินทรีย์ 5 ที่อยู่ในหมวดธรรมเดียวกัน นั่นคือ โพธิปักขิยธรรม (ธรรมะที่จะทำให้เกิดการบรรลุธรรมได้) และในที่นี้ คือ การที่จะให้เกิดญาณในความเป็นปกติสำหรับการนั่งสมาธิ 15 นาทีทุกวัน…ให้ทำเลย ทำให้มันเกิดขึ้นเลย ทำซ้ำทำย้ำอยู่เรื่อย ๆ มันต้องได้…ถ้าทำไม่ได้จึงต้องทำ อันนี้คิดถูก แล้วเราจะทำได้จนเป็นนิสัยอย่างเป็นอัตโนมัติ 

“…ให้เราฝึกทำ การฝึกบางทีมันลำบาก ถ้าลำบากแล้วกุศลธรรมมันเกิด ก็ให้ลำบาก…อย่าเห็นแก่ความลำบาก อย่าเห็นแก่ความสบาย แต่ให้เห็นแก่กุศลธรรม เห็นแก่ประโยชน์ เห็นแก่สามัญญผลที่จะเกิดขึ้น”

ช่วงเวลา

แชร์:FacebookXLINE